โรคเหงือก อาจทำให้คุณเป็น “โรคเบาหวาน” ได้แบบไม่รู้ตัว
โรคเหงือก อาจทำให้คุณเป็น “โรคเบาหวาน” ได้แบบไม่รู้ตัว
โรคเบาหวานในผู้ใหญ่ เกิดจากร่างกายมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ต่างๆได้ ส่งผลให้เกิดภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อเกิดภาวะนี้เป็นเวลานาน น้ำตาลเหล่านี้ก็จะไปจับกับโปรตีน สร้างสารประกอบใหม่ที่สามารถไปสะสมและกระตุ้นการอักเสบตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงที่เหงือกและอวัยวะปริทันต์ สารนี้เองที่เป็นตัวการทำให้โรคปริทันต์อักเสบรุนแรงมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม โรคปริทันต์อักเสบเป็นโรคติดเชื้อที่มีการอักเสบของเหงือกและอวัยวะปริทันต์อย่างเรื้อรัง การอักเสบในช่องปากนี้สามารถกระจายออกสู่ระบบของร่างกายได้ โดยสารที่หลั่งจากการอักเสบจะไปรบกวนและขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
จะเห็นว่า กลไกการพัฒนาของโรคทั้งสอง ส่งผลต่อกันและกันอย่างชัดเจน ดังนั้นในผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบที่มีโรคเบาหวานร่วมด้วย ทันตแพทย์ควรต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความสัมพันธ์สองทิศทางของทั้งสองโรคนี้เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาทั้งสองโรคคู่กันไป
เรามาฟังคำอธิบายเรื่องนี้จากผู้เชี่ยวชาญโรคเหงือก ผศ.ทพญ.พิมพ์ชนก สุทธิบุณยพันธ์ และ ผศ.ทพ.ดร.อรรถวุฒิ เลิศพิมลชัย อาจารย์ประจำภาควิชาปริทันตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันครับ
โรคปริทันต์อักเสบ VS โรคเบาหวาน ความสัมพันธ์แบบสองทิศทาง
จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น สามารถสรุปความสัมพันธ์ของทั้งสองโรคได้ตามภาพนี้ ส่งผลให้ผู้ป่วยจะไม่สามารถรักษาโรคหนึ่งให้หายดีได้ ถ้าหากไม่รักษาอีกโรคหนึ่งควบคู่ไปด้วย ดังนั้นทันตแพทย์จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบร่วมกับแพทย์ที่ให้การรักษาโรคเบาหวานแก่ผู้ป่วย โดยวันนี้เรามีคำแนะนำสำหรับทันตแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ดังนี้
•ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน ควรได้รับการตรวจสุขภาพเหงือกอย่างละเอียด
•อธิบายผู้ที่มีโรคเบาหวานถึงความเสี่ยงการเกิดโรคปริทันต์อักเสบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคนปกติ เน้นย้ำการเข้าตรวจสุขภาพเหงือกและฟันเป็นประจำ รวมถึงเข้ารับการขูดหินน้ำลาย (หรือร่วมกับการเกลารากฟัน) อย่างสม่ำเสมอ
•อธิบายถึงความสำคัญในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ ที่ส่งผลดีต่อการรักษาและควบคุมโรคเบาหวาน